บัว… ดอกไม้ที่มาก่อนกาล

ใครๆ ก็รู้ว่าตอนพระพุทธเจ้าประสูติ ทรงก้าวเดิน 7 ก้าว และมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับทันที แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ดอกบัว “ช่อแรก” ของโลกตามความเชื่อในพุทธศาสนา
ย้อนไปไกลกว่านั้น ในสมัยที่โลกยังมีสภาพเป็น “ง้วนดิน” หลังจากถูกทำลายด้วยไฟ ลม หรือน้ำ ง้วนดินในยุคนั้นมีสีนวลเหมือนเนยใส รสหวานเหมือนน้ำผึ้งบริสุทธิ์ และที่สำคัญคือมีกลิ่นหอมฟุ้งขจรขจายไปไกลแสนไกลขนาดที่เทวดาพรหมทนไม่ไหว ต้องลงมาชิมจนเหาะกลับสวรรค์ไม่ได้ และนั่นเองที่ “ดอกบัวกลุ่มแรก” หรือ “บัวพยากรณ์” จะผุดขึ้นมาในโลก
พวกเทพเจ้าหรือพรหมเขาต้องแอบมาชะเง้อดูดอกบัวพวกนี้ เพื่อจะได้รู้ว่า “กัป” นี้จะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้มั้ย ถ้ามาส่องแล้วไม่มีดอกบัวเลย ก็จะเซ็งๆ หน่อย เรียกว่า “สุญกัป” คือกัปที่ว่างเปล่า แต่ถ้ามาส่องแล้วเจอ 5 ดอกพอดิบพอดีแบบยุคเรา จะเรียกว่า “ภัทรกัป” เพราะจะมีพระพุทธเจ้ามาโปรดสัตว์โลกถึง 5 พระองค์
คือ พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ พระโคตมะ หรือพระพุทธเจ้าที่เรารู้จักในยุคนี้นั่นเอง และพระองค์ที่ห้าที่ยังมาไม่ถึงคือ พระศรีอริยเมตไตรย

ทำไมในบรรดาดอกไม้ทั้งหมด พุทธศาสนาถึงเลือกดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุด?
คำตอบอยู่ที่วิธีที่มันเกิด
ดอกบัวเกิดมาจากเลนตมใต้ก้นสระที่ทั้งมืด ทั้งแฉะ เต็มไปด้วยของเสีย แต่พอถึงเวลาที่ชูคอพ้นน้ำขึ้นมาได้ กลับสะอาดกริบ ไม่มีคราบโคลนติดมาสักนิด “น้ำไม่เกาะใบ โคลนไม่ติดกลีบ” และบัวนี่ถือเป็นพืชที่มีวิวัฒนาการมานานนับล้านๆ ปี เรียกได้ว่าธรรมชาติฝึกมันมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ ตอนที่บัวอยู่ในโคลนตม ก็เหมือนเราที่มีกิเลส ความทุกข์ และโลกียะ พอเราปฏิบัติธรรม ก็เหมือนก้านบัวที่พาดผ่านน้ำ และตอนที่ดอกบานเหนือน้ำ ก็เหมือนกับการที่เราตื่นรู้ หลุดพ้น

แล้วมันก็น่าแปลกที่เวลาเราตัดบัวมาตอนที่เป็นดอกตูมๆ มันจะไม่บานเหมือนดอกกุหลาบ มันจะเหี่ยวดำแบบตูมๆ
คนไทยก็เลยพับกลีบดอกบัวแทน เพื่อให้มันบานแบบทางอ้อมได้ และมันก็ทำให้ดอกบัวสวยขึ้นไปได้อีก

พูดถึงสีของบัว หลายคนอาจไม่รู้ว่าบัวแต่ละสีนั้นมีความหมายต่างกันในพุทธศาสนา
บัวขาวหมายถึงความบริสุทธิ์ของจิต
บัวชมพูนั้นพิเศษหน่อย เพราะถือเป็นบัวของพระพุทธเจ้าโดยตรง คิดว่าหลายๆ คน ก็คงไม่รู้ในจุดนี้ถ้าไม่สังเกตที่ภาพวาด ในคัมภีร์มหายานเค้าจะมีการจำแนกสีดอกบัวไว้อย่างชัดเจน บัวชมพู ถือเป็น “บัวสูงสุด” และถูกสงวนไว้สำหรับ พระพุทธเจ้าองค์ศาสดา เท่านั้น
ในขณะที่บัวสีขาว มักหมายถึงพระโพธิสัตว์บางพระองค์ เช่น พระแม่กวนอิม

ทำไมถึงเป็นชมพู ไม่มีคัมภีร์ไหนบอกชัดๆ แต่น่าจะมาจากบัวหลวงที่พบมากในเอเชียซึ่งมีสีชมพูเป็นหลัก บวกกับธรรมเนียมของช่างศิลป์ที่สืบทอดกันมาจนกลายเป็นความหมายในตัวเอง ลองสังเกตภาพเขียนพุทธประวัติ ศิลปินมักใช้บัวชมพูรองรับพระบาทตอนประสูติ หรือเป็นอาสนะตอนตรัสรู้ จนคนดูรู้สึกได้เองว่านี่คือบัวของพระพุทธเจ้า
และถ้าคิดว่าดอกบัวเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของพุทธศาสนา ก็ไม่ถูกซะทีเดียว ฝั่งฮินดู พระลักษมีเทวีเทพแห่งความมั่งคั่งและความงาม ก็ประทับนั่งบนดอกบัวเช่นกัน พระพรหมก็เกิดจากดอกบัวที่ผุดออกมาจากพระนาภีของพระวิษณุ ความหมายคล้ายกันเลย คือความบริสุทธิ์ที่เกิดจากสิ่งที่ดูธรรมดา ไกลออกไปอีก อียิปต์โบราณก็ใช้ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และพระอาทิตย์ เพราะดอกบัวบานตอนเช้าและหุบตอนเย็น เหมือนพระอาทิตย์ที่ขึ้นและตกทุกวัน
แต่ในชีวิตประจำวัน ดอกบัวอาจไม่ใช่ดอกไม้ที่หาได้ง่ายๆ ตามแผงขายดอกไม้ในกรุงเทพฯ “ดอกมะลิซ้อนเสียบก้านกล้วย” แบบที่ขายตามต่างจังหวัด เป็นดอกไม้ที่ผู้เขียนชอบถวายพระมากที่สุด กลิ่นหอมชื่นใจดี
นอกจากมะลิแล้ว ก็ยังมีดอกกุหลาบ ดอกกล้วยไม้ และอื่นๆ ที่ใช้สื่อถึงความศรัทธาได้เหมือนกัน เพราะสุดท้ายดอกไม้ทุกดอกก็เริ่มต้นจากดินเหมือนกันทั้งนั้น


